ว่าด้วยเรื่อง "เนคไท"

posted on 09 Jan 2009 09:44 by penguinarmy  in Relax

 

เห็นว่าน่าสนใจครับ  เลยเรียบเรียงแบบ Copy & Paste มาให้ดูกัน



ประวัติแรกเริ่มที่พอเข้าเค้าว่าเป็นที่มาของเนคไทอยู่ในช่วงศตวรรษแรกก่อนคริสตกาล สมัยนั้นพออากาศร้อนทหารโรมันจะใช้ผ้าชับน้ำพันคอ (เรียกว่า focale) เพื่อบรรเทาความร้อนแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนักทั้งยังไม่ได้ก่อให้เกิดความสวยงามพอจะเป็นที่นิยมกันกว้างขวางได้

 

และแล้วเรื่องราวแหล่งกำเนิดของเนกไทก็ไม่พ้นวงการทหารอีกแต่เป็นทหารอีกกลุ่มหนึ่ง

 

ในปี ค.ศ. ๑๖๖๘ ชาวโครแอทส่วนหนึ่งรับจ้างเป็นทหารให้ออสเตรียโดยประจำการที่ประเทศฝรั่งเศสทหารรับจ้างกลุ่มนี้มีเครื่องแบบเป็นผ้าพันคอทำด้วยผ้ามัสลินและผ้าลินินอย่างไรก็ดี ผ้าพันคอของทหารทั้งสองกลุ่มมีวัตถุประสงค์ในการใช้ต่างกันคือเพื่อประโยชน์ใช้สอย และเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เหล่าหรือเครื่องแบบนั่นเองแต่ยังเข้าไม่ถึงสังคมแฟชั่นจนเมื่อชาวฝรั่งเศสทั้งชายและหญิงซึ่งได้ชื่อว่าหายใจเข้าออกเป็นแฟชั่นได้ไอเดียมาและเริ่มนิยมใช้ผ้าลินินและผ้าลูกไม้พันรอบคอ แล้วผูกไว้ตรงกลางด้านหน้าของคอโดยปล่อยชายยาว

 

แฟชั่นนี้เผยแพร่ไปถึงอังกฤษอย่างรวดเร็วชาวอังกฤษนิยมกันจนถึงขั้นคลั่งไคล้ โดยเฉพาะเมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๒ แห่งอังกฤษทรงแต่งนำและพสกนิกรพากันทำตามนอกจากนี้ขณะนั้นเป็นข่วงที่วงการแฟชั่นเฟื่องฟูอย่างยิ่ง ก่อนหน้านั้นปี ค.ศ.๑๖๖๕ เกิดโรคระบาดในเมืองลอนดอน และปีถัดมาเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่แต่แฟชั่นผ้าผูกคอนี้กล่าวได้ว่าแพร่ระบาดเร็วพอๆกับไฟลามทุ่งทีเดียว

 

เนกไทวิวัฒนาการมาจาก คราแวท (cravat) โดยช่างตัดเสื้อชาวอเมริกัน JesseLangsdorf ได้ออกแบบโดยการตัดผ้าเฉียงๆและจดสิทธิบัตรไว้ในปี ค.ศ. 1924 จนยุค 50s เนกไทได้รับความนิยมสูงสุดจนเป็นที่มาของประโยค "a man was't fully dressed until he had put onhis tie. (ผู้ชายยังแต่งตัวไม่เต็มที่ถ้าไม่ได้ผูกไท)"

 

เนกไทเริ่มกลายเป็นแฟชั่นในยุค 70s โดย Ralph Lauren ห้องเสื้อชื่อดังแห่งอเมริกาได้ออกแบบเนกไทที่มีความกว้าง10เซนติเมตร ยุค 80s มีการวาดและพิมพ์งานศิลปะของศิลปินลงบนเนกไท

 

ถึงแม้ว่าเนกไทจะได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลกแต่ชาวตะวันออกกลางไม่เคยสนใจวัฒนธรรมตะวันตกเลยส่วนมากจะสวมเพียงเสื้อเชิ้ตและสูทหนึ่งตัวก็เป็นทางการแล้วแม้แต่ประเทศโบลิเวียซึ่งอยู่ทางตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้ก็ไม่ได้หลงใหลวัฒนธรรมตะวันตกทั้งหมด

 

ศตวรรษต่อมา แฟชั่นดังกล่าวได้แรงหนุนอย่างดีจาก โบบรูมเมลผู้โด่งดัง เพราะมีเนคไทในครอบครองจำนวนมาก และมีวิธีการผูกเนกไทแบบต่างๆมากมายจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงโต้แย้งอภิปรายกันทั้งในสภากาแฟและสื่อมวลชนว่าควรจะผูกแบบใดจึงจะถูกแต่น่าสังเกตว่ามาถึงช่วงนี้เรื่องดังกล่าวเป็นหัวข้อสนทนาในหมู่ผู้ชายเท่านั้นสื่อมวลชนในยุคนั้นทำรายการวิธีผูกเนกไทออกมาได้ถึง ๓๒ แบบถ้าได้พบปะบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือพาตัวไปอยู่ในที่ชุมนุมของแฟชั่นหลากแบบเช่นสนามแข่งม้า จะเห็นผ้าผูกคอจนลานตา

 

ยุคนี้เองที่แฟชั่นผ้าผูกคอมีหลายแบบ เช่น แบบห้อยชายยาวลงมาแบบหูกระต่าย ผ้าที่ใช้ก็มีต่าง ๆกัน เป็นผ้าพื้น ผ้าลายขนาดของผ้ามีทั้งเป็นเส้นผอมๆ หรือขยายบานออกตรงปลาย

 

ปัจจุบันเนกไทไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของแฟชั่นอย่างเดียวเพราะกลายเป็นสัญลักษณ์แสดงความสุภาพเรียบร้อยในการแต่งกายแบบสากลนิยม

 

 

อ้างอิง:

http://en.wikipedia.org/wiki/Necktie

http://www.sarakadee.com/web/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=95

 

 

 

พอดีว่า มาเข้างานที่ใหม่ แล้วต้องใส่   ไม่เข้าใจว่ามันมีประโยชน์อะไรมากมายกว่านี้ไหม  เลยหาข้อมูล

 

สุดท้ายก็ยังหาประโยชน์ของมันนอกจาก fashion ไม่ได้

 

 

 

 

 

บุญรักษาครับทุกท่าน.

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet