อัดอั้นตันใจ
posted on 22 Dec 2008 11:05 by penguinarmy
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา เป็นวันที่ผมมีทั้งสุข และทุกข์ที่สุดในชีวิต
และถ้าผมไม่ได้ระบายความรู้สึกมันออกไป ผมคงต้องจุกอกตายแน่ ๆ


ที่หายไปนาน ๆ ไม่ใช่อะไรหลอกครัับ หนีไปแต่งงานมาตะหาก
เจ้าสาวผมชื่อจอยครับ (lancomezz.exteen.com) เรารักกันมาเกือบจะ 2 ปีแล้วครับ
ผมเจอกับเจ้าสาวของผมที่เชียงใหม่ ในวันที่ 1 มกราคม เธอเป็นคนที่น่ารัก มีเสนห์ ดูสง่างาม
เราได้ทำความรู้จัก ศึกษานิสัยใจคอกันมาระยะหนึ่ง เราจึงได้ตัดสินใจที่จะครองคู่กันตลอดชีวิต
ต่อจากนี้ไป คงมีเพียงแค่เราสอง ที่จะครองรักกันไปยืนยาว
การจัดงานแต่งงาน ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ผมรู้สึกมีความสุขเปี่ยมล้น กับความรักที่เบ่งบานในหัวใจ
แต่กลับมีอีกความรู้สึกที่ผมคับแค้นใจ จนยากที่จะบรรยาย มันแน่นอยู่ในอก
มันทำให้บางครั้ง ผมต้องแอบเสียน้ำตาให้กับเรื่องบ้า ๆ เหล่านั้น
ย้อนกลับไปหลายเดือน ก่อนการแต่งงาน ........
ผมมีเพื่อนสนิทคนนึง ชื่อเต้ง มันเป็นเพื่อนรักสมัยเรียน ผมกับมันผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย
ทุกข์สุขร่วมกัน อดทุกข์ ได้ยาก เหมือน ๆ กัน แม้จบกันมาแล้ว ก็ยังติดต่อพบเจอกันอยู่เสมอ
ผมได้บอกเพื่อนผมไป ว่าผมจะแต่งงานแล้ว และผมมีมันเป็นเพื่อน เหลืออยู่เพียงคนเดียว
มันดีใจ และบอกว่า ถึงจะแต่งไกลถึงเชียงใหม่ มันก็จะไปให้ได้ ผมได้ขอให้มันเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ในวันแต่งงาน
พ่อ แม่ ผม ซึ่งได้ให้กำเนิดผมมานั้น ผมรักยิ่งและิเทิดทูนยิ่ง ผมรัก และเชื่อฟังท่านเสมอมา
ก่อนหน้านี้ ผมเป็นเด็กที่เลวร้าย เสเพล ยังไง ท่านก็ให้อภัยและเลี้ยงดู สั่งสอนผมเรื่อยมา
ผมรักพวกท่านมาก
จนถึงวันที่ผม คิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ มีครอบครัว สร้างรากฐานของตนเอง
ผมได้รับเสียงคัดค้านจากท่าน
ผมได้อธิบายถึงเหตุผล ของการตัดสินใจ และความมุ่งมั่น ว่านี่แหละ ที่ผมจะเติบโตต่อไป
จนถึงเดือนก่อนแต่งงาน ..................
สุดท้ายแล้ว พ่อ และ แม่ ผม ก็ยังไม่ยอมรับการแต่งงานในครั้งนี้
ทำให้ผมต้องหาเถ้าแก่ มาเป็นพ่องานในครั้งนี้ นั่นคือ เจ้านายผมนั่นเอง (ขอขอบพระคุณพี่เชาว์มา ณ ที่นี้)
สุดท้าย ยังหวังลึก ๆ ว่าพ่อแม่จะยอมมางานที่สำคัญยิ่ง ซึ่งจะมีครั้งเดียวในชีวิตลูก
อย่างน้อยแล้วซะ ผมก็คิดว่าผมก็ไม่ได้โดนทอดทิ้งเสียทีเดียว
ผมก็ยังมีเพื่อน ที่จะมาเป็นเพื่อเจ้าบ่าว และมีเถ้าแก่ มาเป็นผู้ใหญ่ให้ในงานครั้งนี้
จวบจนถึงวันแต่งงาน .....................
งานแต่งงานผม จัดแบบเรียบง่าย ในรูปแบบของภาคเหนือ
มีพิธีขอเขย พิธีผู้ข้อไม้ข้อมือ และส่งตัว
พิธี คงเป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าไม่มีสิ่งกวนใจผม
2 ชั่วโมง ก่อนการแต่งงาน
ผมได้รับโทรศัพท์ จากพ่อ-แม่ผม ใจผมเต้นแรง และหวังในใจลึก ๆ ว่าท่านจะเข้ามา
แต่ผมก็ต้องผิดหวัง ท่านยังอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมได้เพียงคำพูดสั้น ๆ บางคำ
ผมรู้สึกปวดร้าวในหัวใจ มันจุกอก ว้าวุ่นใจ เสียใจ และต่าง ๆ นานา หาคำมาบรรยายไม่ได้
เถ้าแก่ผมมาถึงแล้ว ผมโล่งใจไปอย่างนึงแล้วล่ะ
เพื่อนเจ้าบ่าวยังไม่มา ผมติดต่อตั้งแต่เช้า แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ได้แต่ภาวนา ให้มาให้ทัน
จนในที่สุดก็ติดต่อได้
แต่สิ่งที่ได้รับจากคำเพื่อนคือ ยังไงก็คงมาไม่ทันพิธี เพราะติดเพื่อนที่ขึ้นเที่ยวดอยอยู่
ให้หาคนอื่นเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวไปก่อน
ผมไม่มีทั้ง พ่อ แม่ และเพื่อนเจ้าบ่าว
พ่อ แม่ ที่ผมเคารพรักในชีวิต ไม่มีท่านอยู่เคียงข้าง ความอคติบางอย่าง ทำให้ท่านไม่มา
เพื่อน ที่ผมรักมันดั่งเช่นเพื่อนตาย รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ "มา" แต่มาตอน 3 ทุ่ม
มาหลังจากที่ไปเที่ยวกันมาแล้ว มาเพื่อที่มากินข้าว และแสดงควา่มยินดี พอเป็นพิธี แล้วกลับไป
นอกจากเจ้าสาวของผม ชีวิตนี้ผมไม่เหลือใครแล้ว?
"โดดเดียว" เป็นเพียงความรู้สึกอย่างนึง ที่มันฝังอยู่ในหัวใจผม
แต่มันปวดร้าว ฝังลึกอยู่ในหัวใจ จนถึงทุกวันนี้
จึงไม่แปลกเลย ที่ภาพถ่ายในวันนั้น เจ้าบ่าว ยิ้มบ้าง ซึมบ้าง
มันทรมานหัวใจมากขึ้นเรื่อย ๆ กัดกินในใจทุกวัน
หลังจากวันนี้ไป ผมคงต้องพยายาลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่มันร้าย ๆ ไป
จำเพียงสิ่งดี ๆ เพื่อเป็นแรงกำลังให้เริ่มชีวิตใหม่ต่อไป
ท้ายสุดแล้ว ชีวิตผม ก็มีเพียงภรรยาสุดที่รักของผม ที่จะใช้ชีวิตอยู่เคียงคู่กันไปจนวันตาย
ผมจะไม่อยากเสียอะไรไปอีกแล้ว
แค่นี้ผมก็ไม่เหลืออะไรแล้ว
หากผมสูญเสียอะไรไปอีกสักสิ่ง ผมคงทนไม่ไหวอีกต่อไป
นี่คงเป็น entry นึงที่เขียนบ่น เขียนระบายไว้ หากวันได้เจ็บช้ำใจขึ้นมา มาอ่าน entry นี้
คงคิดได้ว่า ไม่มีอะไรที่จะทำให้เจ็บช้ำใจได้มากกว่านี้แล้ว
และถ้ามันมี.................... ผมไม่รู้อนาคตจะเป็นเช่นไร จะอยู่ และใช้ชีวิตต่อไปเช่นไร
รักภรรยาสุดหัวใจ ที่ยืนอยู่เคียงข้างผม ตลอดไป
love you forever
บุญรักษาครับทุกท่าน
.

มายินดีด้วยจริงๆ เสียดายรู้ช้าไปหน่อยค่า
#1 By ยายแม่บ้าน on 2008-12-22 12:34