DAYLIGHT SAVING TIME (DST) :: เวลาออมแสง
posted on 09 Mar 2008 19:16 by penguinarmy
DAYLIGHT SAVING TIME (DST) :: เวลาออมแสง
Daylight Saving Time คือ อะไร
"Daylight Saving Time" มักใช้เรียกกันในโซนอเมริกา และใช้คำว่า "Summer Time" ในโซนยุโรป
Daylight Saving Time หรือ Summer Time คือ การปรับเวลาที่ใช้ในท้องถิ่นช่วงฤดูร้อนให้เร็วกว่าเวลาปกติ โดยจะปรับเวลาให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ยกเว้นเกาะลอร์ดโฮว์ ประเทศออสเตรเลีย ที่มีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นเพียงแค่ ½ ชั่วโมง
การปรับเวลา Saving Time มักจะใช้ในประเทศที่ อยู่ในละติจูดมากกว่า 23.5 เหนือ/ใต้
แต่ก็มีหลายประเทศที่อยู่ในแถบนี้จะประกาศใช้เวลา Summer Time ตัวอย่างเช่น ไทย ญี่ปุ่น จีน เป็นต้น
ทำไมถึงต้องใช้ Daylight Saving Time
Daylight Saving Time (DST) หรือ Summer Time คือ การประหยัดพลังงานในช่วงค่ำ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ เวลาพระอาทิตย์ตกดิน และเวลาการเข้านอนของคนโดยทั่วไป
ช่วงเวลา DST กลางวัน จะนานกว่าเวลากลางคืน คนส่วนมากจะตื่นเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น แต่จะใช้เวลาในการนอนใกล้เคียงเวลาเดิม ดังนั้น เมื่อสว่างเร็วขึ้น คนก็มักจะตื่นเช้า และเมื่อมีการเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้น คนก็จะเริ่มทำงานเร็วขึ้น การใช้ชีวิตในช่วงค่ำก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า เพราะยังสว่างอยู่ และเข้านอนเร็วขึ้น ทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าลดลง
Daylight saving ของอเมริกาเค้าเกิดขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงานในแต่ละวัน เนื่องจากฤดูหนาวกับฤดูร้อนของเค้าเวลาที่ฟ้ามืดจะต่างกันเวลา 6 โมงเย็นของฤดูหนาวจะเริ่มมืด แต่ 3 ทุ่มของหน้าร้อนยังสว่างอยู่ หรือคนโบราณเขาพูดว่า ฤดูหนาวกลางคืนยาวกว่ากลางวัน ส่วนฤดูร้อนกลางวันยาวกว่ากลางคืน
ด้วยความตั้งใจที่จะลดการใช้พลังงาน เลยปรับเวลาเช่นหน้าร้อนสว่างตอนตี 5 ถึง 2 ทุ่ม ก็ปรับเวลาให้ +1 ชั้วโมง หรือให้ช่วงเวลาสว่างอยู่ระหว่าง 6 โมงถึง 3 ทุ่มแทน
Daylight Saving Time ปีนี้เริ่มเมื่อไหร่
Daylight Saving Time (DST) หรือ Summer Time ในปีนี้ เริ่มต้นในเวลา ตี 2 ของวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม และจบในในเวลา ตี 2 ของวันอาทิตย์แรกของเดือน พฤศจิกายน
"แต่ในสหรัฐอเมริกา" ได้มีประกาศให้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เริ่มทำการปรับเวลาออมแสงแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ โดยการ เริ่มต้น 3 อาทิตย์ก่อนเวลาออมแสงปกติ และสิ้นสุด 1 อาทิตย์หลังเวลาออมแสงปกติ ลงชื่อรับรองโดยประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2548
จุดประสงค์หลัก ๆ คือ
ระบบเวลาออมแสงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการใช้แสงสว่างในเวลากลางวันอย่างคุ้มค่า (ไม่ให้เปล่าประโยชน์ไปเป็นเวลานอนพักผ่อน) จะมีการปรับเวลาในช่วงเดือนที่อยู่ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เพื่อให้ชั่วโมงทำงานและชั่วโมงเรียนอยู่ในช่วงเวลาที่มีแสงสว่างเหมาะสม
ในความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าเป็นการประหยัดพลังลานอย่างชาญฉลาดทีเดียว อีกทั้งถ้ามีการนำมาใช้ในประเทศไทย และทุกคนเห็นด้วย ผมว่าจะมีประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจมากขึ้นทีเดียว แต่ในความจริง ปรับไปก็เท่านั้นอ่ะ เพราะในกรุงเทพฯ ไม่ต้องปรับก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ตี 5 อยู่แล้ว
ลองไม่ตื่นสิ รถติดไปทำงานสายแน่นอน T_T
.


เคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะ
#1 By ~memay~ on 2008-03-09 19:38